บทความและข่าวสาร | Seven Peaks Insights

AI มีอิทธิพลกับ Search Engine หรือการทำ SEO มากแค่ไหน?

คุณเคยไหม เวลาสงสัยอะไรที่มีความซับซ้อนและไปทางแนววิชาการก็มักจะไปถาม AI ชื่อดังอย่าง ChatGPT แทนที่จะเข้าไปค้นหาคำตอบตามผ่านทาง search engine อย่าง Google แบบที่เคยทำมาก่อน นั่นไม่ใช่เรื่องแปลกแต่อย่างใด เพราะข้อมูลล่าสุดโดย SimilarWeb เผยว่ามีผู้ใช้ ChatGPT มากถึงราว 180 ล้านคนในเดือนมีนาคมปี 2024 

จากสถิติที่เห็นอาจทำให้หลายคนคิดว่า Google เบอร์หนึ่งด้านเครื่องมือค้นหาที่คนทั้งโลกใช้งานอาจจะเพลี่ยงพล้ำให้กับ AI น้องใหม่มาแรงอย่าง ChatGPT เพื่อตอบคำถามที่คนทั่วไปรวมถึงบรรดานักการตลาดและเหล่าผู้เชี่ยวชาญด้าน SEO สงสัยเกี่ยวกับการทำแคมเปญ SEO ในอนาคต ว่าจะต้องปรับตัวหรือเปลี่ยนวิธีทำงานหรือไม่และอย่างไร บทความนี้จะพาคุณไปทำความเข้าใจให้มากขึ้น

AI for search engine like Google and Baidu

 

เทคโนโลยี AI อะไรบ้างที่อยู่เบื้องหลังและถูกใช้งานเพื่อการค้นหาข้อมูลโดยเฉพาะ?

มาทำความเข้าใจว่าตอนนี้มี AI อะไรบ้างที่ออกแบบมาสำหรับให้ผู้คนใช้ค้นหาข้อมูลโดยเฉพาะ ไม่ใช่ Generative AI ที่มาในรูปแบบของ ChatBot อย่าง ChatGPT, Claude, Microsoft Bing Chat (Copilot), Google Gemini และอีกมากมาย เพราะความจริงแล้วยังมีเทคโนโลยี AI ที่พัฒนาขึ้นและทำงานอยู่เบื้องการค้นหาข้อมูลต่างๆ ที่มีมากมายอยู่บนโลกอินเทอร์เน็ต

  • BERT

    BERT หรือที่ย่อมาจากคำว่า Bidirectional Encoder Representations from Transformers คือ AI ที่พัฒนาโดย Google AI ซึ่งเป็นโมเดลภาษาที่เข้าใจความสัมพันธ์ระหว่างคำในประโยคต่างๆ เพื่อช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถค้นหาข้อมูลได้แม่นยำมากยิ่งขึ้น

  • RankNet

    อีกหนึ่งปัญญาประดิษฐ์ที่ถูกพัฒนาขึ้นโดย Google AI มีลักษณะเป็นโมเดล AI ที่ใช้สำหรับการจัดอันดับผลการค้นหาตามความเกี่ยวข้องกับคำค้นหาของผู้ใช้

  • Semantic Search

    Semantic Search ถือเป็นหนึ่งในเทคโนโลยี AI ที่สร้างขึ้นมาเพื่อช่วยให้เข้าใจความหมายของคำค้นหาที่ผู้ใช้พิมพ์ลงไปในช่อง search query ใน search engine เช่น Google ได้ลึกซึ้งขึ้น โดยที่ไม่จำเป็นต้องใช้คำหลักที่ตรงกันเป๊ะเพื่อค้นพบผลลัพธ์ที่พวกเขาต้องการจะรู้

  • Question Answering Systems

    QA หรือ Question Answering เป็นระบบ AI ที่สามารถตอบคำถามของผู้ใช้ได้โดยตรง โดยไม่ต้องให้ผู้ใช้คลิกเข้าไปยังเว็บไซต์ ซึ่งก่อนหน้านี้คุณคงเคยได้ใช้ Siri ที่ติดตั้งมากับ iPhone หรือ Alexa ซึ่งจะช่วยคุณค้นหาคำตอบที่คุณอยากรู้ได้ในไม่กี่วินาที

  • Visual Search

    การค้นหาด้วยภาพหรือ visual search ถือ เป็นเทคโนโลยีที่ช่วยให้ผู้ใช้ค้นหาข้อมูลที่พวกเขาต้องการด้วยการใช้รูปภาพแทนการพิมพ์ข้อความด้วยตัวเอง โดยเทคโนโลยีนี้มีระบบ AI ที่คอยทำงานอยู่เบื้องหลัง ตั้งแต่การวิเคราะห์ภาพและจับคู่กับข้อมูลที่มีอยู่ในฐานข้อมูล ไม่แน่ว่าคุณอาจเคยใช้ Google Lens, Bing Visual Search, และ Pinterest ที่เป็น visual search มาก่อนก็ได้

what is SERPs in search engine

SERPs กับ SGE ความเหมือนที่แตกต่าง

ไม่นานมานี้ Google ได้นำเสนอ SGE (Search Generative Experience) ที่จะมอบประสบการณ์ใหม่ให้กับการค้นหาข้อมูลในอนาคต จากเดิมที่การค้นหาข้อมูลใดๆ ก็ตามบน search engine เป็นเรื่องที่ใช้เวลานานกว่าจะเจอข้อมูลที่ต้องการจริงๆ ทำเอาคนที่ไม่ค่อยเก่งในเรื่องการใช้เทคโนโลยีอย่างกลุ่มคนสูงวัยปวดหัวไม่น้อย แต่ในไม่ช้านี้วิธีการหาสิ่งที่คุณอยากรู้จะสะดวกและง่ายขึ้นกว่าเดิม

แต่ก่อนจะไปเข้าใจถึงเรื่อง SGE รวมถึงแนวทางการทำงานด้าน SEO ที่เกี่ยวข้องกับนักการตลาด นักเขียน หรือแม้แต่ผู้เชี่ยวชาญด้าน SEO มากไปกว่านี้ เราอยากจะขอพาคุณย้อนกลับไปทำความคุ้นเคยกับเจ้าสิ่งที่คนในวงการ SEO รู้จักกันดีอย่าง SERPs ว่ามันคืออะไร และทำงานอย่างไร

SERPs คืออะไร ทำงานอย่างไร?

SERPs ย่อมาจาก Search Engine Results Pages หมายถึงหน้าผลการค้นหาที่แสดงขึ้นเมื่อผู้ใช้ค้นหาข้อมูลบน Search Engine โดยหน้าผลการค้นหาเหล่านี้จะประกอบไปด้วยรายชื่อเว็บไซต์ที่เกี่ยวข้องกับคำค้นหาของผู้ใช้ ทั้งนี้ SERPs จะประกอบไปด้วย

  • รายการเว็บไซต์: ที่แสดงรายชื่อเว็บไซต์จำนวนมาก พร้อม title tag, meta description และ URL ของเว็บไซต์
  • ส่วนแสดงข้อมูลเพิ่มเติม: SERPS จะมีการแสดงข้อมูลเพิ่มเติมเพื่อช่วยให้ผู้ใช้ตามหาสิ่งที่พวกเขาต้องการได้สะดวกยิ่งขึ้น ด้วยการนำเสนอรูปภาพ และวิดีโอที่เกี่ยวข้องกับผลลัพธ์ที่กำลังค้นหา
  • ฟีเจอร์ต่างๆ: เช่น การค้นหาด้วยเสียง การค้นหารูปภาพ การแปลภาษา ถือเป็นหนึ่งในบรรดาฟีเจอร์ที่สนับสนุนให้ผู้ใช้สามารถค้นหาได้ง่ายขึ้น ด้วยการป้อนข้อมูลเพื่อให้ search engine ทำการวิเคราะห์และนำเสนอผลลัพธ์ที่ใกล้เคียงมากที่สุด

SGE คืออะไร ทำงานอย่างไร?

SGE หรือ Search Generative Experience เป็นเทคโนโลยีใหม่ที่ Google คิดค้นขึ้นเพื่อมอบประสบการณ์ในการค้นหาข้อมูลผ่านทางโลกออนไลน์ได้ง่ายขึ้นให้กับผู้ใช้ทุกกลุ่ม ด้วยการใช้ generative AI เพื่อสร้างคำตอบที่ตรงกับคำถามขึ้นมาทันที โดยที่ผู้ใช้ไม่ต้องคลิกเข้าไปยังเว็บไซต์แต่อย่างใด พร้อมทั้งมอบคำแนะนำที่เกี่ยวข้องกับคำถาม รวมถึงแหล่งอ้างอิงจากเว็บไซต์ต่างๆ ที่ระบบดึงข้อมูลมาวิเคราะห์ออกมาเป็นผลลัพธ์ที่ปรับแต่งเฉพาะบุคคล 

หากอธิบายให้เข้าใจง่ายๆ SGE ถือว่ามีวิธีการทำงานที่ไม่ซับซ้อน ถ้าไม่ได้เจาะลึกลงไปถึงโครงสร้าง กระบวนการทำงาน และรูปแบบการวิเคราะห์ต่างๆ โดย SGE จะส่งคำค้นหาที่ผู้ใช้ป้อนเข้าสู่ระบบไปให้ใช้ AI ดำเนินการวิเคราะห์คำค้นหาของผู้ใช้ พร้อมทั้งทำความ เข้าใจบริบทของคำค้นหา และนำเสนอคำตอบที่เกี่ยวข้องและเป็นประโยชน์กับผู้ใช้ให้มากที่สุด นี่คือสิ่งที่ SGE สามารถทำได้

  • ตอบคำถามได้ตรงประเด็น: SGE จะแสดงผลลัพธ์ที่ประมวลผลจากคำถามโดยที่ผู้ใช้ไม่ต้องคลิกเข้าไปยังเว็บไซต์ต่างๆ เหมือนที่พวกเขาเคยทำบน search engine
  • สรุปเนื้อหาให้เข้าใจง่าย: SGE ช่วยให้ผู้ใช้เข้าใจเนื้อหาได้ง่ายขึ้นโดยไม่ต้องอ่านเนื้อหาทั้งหมด พร้อมทั้งแนะนำบทสรุปเนื้อหาอื่นๆ ที่ใกล้เคียงกันเพื่อช่วยให้ผู้ใช้เข้าใจเพิ่มมากขึ้น
  • สร้างเนื้อหาใหม่: SGE สามารถสร้างเนื้อหาใหม่ที่เกี่ยวข้องกับคำค้นหาของผู้ใช้ พร้อมทั้งแสดงออกมาให้อยู่ในรูปแบบที่เข้าใจได้ง่ายกว่าเดิม

สรุปความแตกต่างของ SERPs และ SGE (AI Overview Results)

หลังจากที่คุณเข้าใจแล้วว่า SERPs กับ SGE (ที่ต่อจากนี้เราจะเรียกว่า AI Overview Results) นั้นคืออะไรและมีรูปแบบการทำงานอย่างไร ก็ถึงเวลาแล้วที่เราจะสรุปความแตกต่างของทั้งสองสิ่งนี้ให้เข้าใจง่ายๆ 

คุณสมบัติ

SERPs

SGE

รูปแบบ

รายชื่อเว็บไซต์

ผลลัพธ์ที่สร้างขึ้นโดย AI

การแสดงผล

ลิงก์ของเว็บไซต์ที่ตรงกับคำค้นหา

ข้อมูลสรุปหรือเนื้อหาที่เกี่ยวข้องกับคำค้นหา

การใช้งาน

แสดงผลการค้นหาเท่านั้น

ตอบคำถาม สรุปเนื้อหา และสร้างเนื้อหาใหม่

 

ตัวอย่างด้านล่างนี้ ครึ่งบนคือผลลัพธ์ที่ SGE นำเสนอ ด้วยการวิเคราะห์ข้อมูล พร้อมกับทำการสรุปออกมาเป็นเนื้อหาใหม่ให้ผู้ใช้ได้ทำความเข้าใจ ในขณะที่ครึ่งล่างคือผลลัพธ์ที่ได้จาก SERPs ซึ่ง search engine จะดึงข้อมูลของเว็บไซต์ที่มีเนื้อหาตรงกับคำค้นหามาแสดงไว้ และในรูปคือ Featured Snippets ที่ Google คิดว่าเป็นเนื้อหาสรุปที่ครอบคลุมและดีที่สุด

5 สิ่งที่นักการตลาดและผู้เชี่ยวชาญ SEO ต้องเตรียมพร้อมในยุคที่ AI หรือ SGE กำลังมาแรง

ในยุคที่ AI ของ Google อย่าง SGE ได้ถูกพัฒนาจนเริ่มเข้ามามีบทบาทสำคัญต่อรูปแบบและวิธีการค้นหาข้อมูลของผู้ใช้งานมากขึ้นเรื่อยๆ บรรดานักการตลาดและผู้เชี่ยวชาญ SEO เอง จึงจำเป็นต้องปรับตัวให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงนี้ โดยเฉพาะการสร้างคอนเทนต์ให้โดดเด่นและแข่งขันได้นั่นเอง มาดูว่าคุณสามารถทำอะไรเพื่อเกาะติดไปกับกระแส SGE นี้ได้บ้าง

1. เข้าใจ SGE และ AI ให้มากขึ้น

  • เรียนรู้หลักการทำงานของ SGE: เริ่มต้นด้วยการทำความเข้าใจว่า SGE มีรูปแบบการวิเคราะห์ข้อมูลรวมถึงสร้างผลลัพธ์อย่างไร เพื่อที่คุณจะได้นำไปปรับใช้ในการสร้างคอนเทนต์ที่ตรงกับสิ่งที่ SGE จะดึงข้อมูลจากเว็บไซต์ของคุณไปใช้
  • ติดตามเทรนด์ AI สม่ำเสมอ: อัปเดตความรู้เกี่ยวกับเทคโนโลยี AI ที่เกี่ยวข้องกับ search engine และ SGE  เพื่อนำข้อมูลที่ได้มาปรับใช้ในการสร้างกลยุทธ์คอนเทนต์และ SEO ที่เกี่ยวข้อง
  • ทำความเข้าใจพฤติกรรมผู้ใช้: ควรวิเคราะห์ว่าผู้ใช้ค้นหาข้อมูลอะไรบ้าง และต้องการคำตอบแบบไหน เพื่อสร้างคอนเทนต์ที่ตอบโจทย์ความต้องการ พร้อมทั้งเตรียมคีย์เวิร์ดหลักที่ใช่เพื่อช่วยให้ AI หรือ SGE นำข้อมูลของคุณไปใช้เป็นแหล่งอ้างอิง

2. สร้างคอนเทนต์คุณภาพสูงและมีเอกลักษณ์

  • เน้นเนื้อหาที่เจาะลึก: วิธีที่ได้ผลมาเสมอมาสำหรับการทำ SEO ให้ประสบความสำเร็จ ก็คือการสร้างคอนเทนต์ที่ให้ข้อมูลครบถ้วน เจาะลึกถึงสิ่งที่นำเสนอ และมีคุณค่าต่อผู้ใช้มากที่สุด
  • ใช้ภาษาที่เป็นธรรมชาติ: การเขียนคอนเทนต์ด้วยภาษาที่เข้าใจง่าย ใช้ภาษาที่เป็นกันเอง และสื่อสารได้อย่างชัดเจน รวมถึงเหมาะสมกับกลุ่มเป้าหมาย จะช่วยให้ผู้ใช้อยากที่จะใช้เวลาอ่านและอยู่กับคอนเทนต์ของคุณมากกว่าเดิม
  • สร้างความแตกต่าง: พยายามทำให้คอนเทนต์ของคุณโดดเด่นจากคู่แข่งที่มีอยู่ในโลกออนไลน์ ด้วยการนำเสนอมุมมองที่แปลกใหม่ หรือการหยิบยกชุดข้อมูลที่แตกต่างกันแต่มีความถูกต้อง น่าเชื่อถือ เพื่อช่วยให้ผู้ใช้เข้าใจเรื่องต่างๆ ในมุมมองที่ต่างออกไป
  • ใช้ข้อมูลที่ถูกต้องและน่าเชื่อถือ: สิ่งสำคัญของการเขียนบทความหรือคอนเทนต์ใดๆ ก็ตาม คือต้องตรวจสอบข้อมูลที่นำมาเขียนว่ามีความถูกต้องและอ้างอิงแหล่งที่มาที่มีอยู่จริงและเช็กข้อมูลย้อนหลังได้ เพื่อเป็นการสร้างความน่าเชื่อถือให้กับคอนเทนต์ที่คุณเผยแพร่ออกไป

3. ปรับปรุง SEO ให้สอดคล้องกับ SGE

  • เน้นคีย์เวิร์ดที่เกี่ยวข้อง: ใช้คีย์เวิร์ดที่สอดคล้องกับหัวข้อและความต้องการของผู้ใช้ ทั้ง primary และ secondary keyword ให้กระจายอยู่ทั่วทั้งคอนเทนต์ รวมถึงควรเขียนออกมาให้มีความเป็นธรรมชาติ และอธิบายให้ผู้อ่านเข้าใจได้ง่าย
  • สร้างโครงสร้างเว็บไซต์ที่ดี: โครงสร้างเว็บไซต์ที่ชัดเจนและง่ายต่อการค้นหาจะช่วยให้ SGE เข้าใจเนื้อหาได้ง่ายขึ้น ไม่ว่าจะเป็น title & meta description, heading, รวมถึงโครงสร้างเนื้อหาที่มีการเรียงลำดับมาเป็นอย่างดี
  • ปรับปรุงความเร็วในการโหลดเว็บไซต์: เว็บไซต์ที่โหลดได้เร็วจากทุกอุปกรณ์ ทั้งมือถือ แท็บเล็ต และคอมพิวเตอร์ จะได้รับการจัดอันดับที่ดีกว่าอย่างเห็นได้ชัด เพราะ Google ต้องการมอบประสบการณ์ในการใช้งานที่ดีที่สุดให้กับผู้ใช้นั่นเอง
  • สร้าง backlinks ที่มีคุณภาพ: backlinks จากเว็บไซต์ที่มีความน่าเชื่อถือจะช่วยเพิ่มความน่าเชื่อถือให้กับเว็บไซต์ของคุณ ซึ่งการจะดึงดูดให้ผู้อื่นใช้เว็บไซต์ของคุณเป็นแหล่งอ้างอิงนั้น จำเป็นต้องใช้การทำคอนเทนต์ที่มีคุณภาพสูงอย่างต่อเนื่อง ทั้งในแง่ของเนื้อหา รูปภาพประกอบ ประเด็นที่นำเสนอ รวมถึงชื่อเสียงที่ดีของเว็บไซต์คุณ

4. สื่อสารกับผู้ใช้ให้เหมือนเพื่อนที่รู้ใจ

  • ตอบคำถามและข้อคิดเห็น: วิธีหนึ่งที่จะช่วยสร้างความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างคุณกับผู้ใช้ สามารถทำได้ไม่ยากด้วยการตอบคำถามและข้อคิดเห็นที่ผู้ใช้สงสัย โดยการมอบข้อมูลเพิ่มเติมหรือพูดคุยกับพวกเขาในหัวข้อที่เกี่ยวข้อง
  • ใช้โซเชียลมีเดีย: โซเชียลมีเดียต่างๆ ถือเป็นช่องทางที่ดีที่คุณจะโปรโมทคอนเทนต์ของคุณให้เป็นที่รู้จัก และหากคอนเทนต์ของคุณน่าสนใจจนมีคนมากมายแชร์ไปยังหน้าฟีดส่วนตัวของพวกเขา ก็มีแนวโน้มสูงว่าคอนเทนต์ของคุณจะได้รับการยอมรับจากผู้เป็นจำนวนมาก

5. ติดตามผลและปรับปรุง

  • วิเคราะห์ข้อมูลและปรับปรุงคอนเทนต์อย่างสม่ำเสมอ: ในยุคที่ข้อมูลมีค่าดั่งทองคำ การที่คุณสามารถใช้เครื่องมือวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อติดตามประสิทธิภาพของคอนเทนต์ที่เผยแพร่ออกไปได้อย่างละเอียดและครอบคลุม ก็จะช่วยให้คุณสามารถพัฒนาคอนเทนต์ใหม่ๆ ให้ดียิ่งขึ้นในอนาคต โดยเฉพาะเครื่องมือการทำ SEO อย่าง Ahref, Semrush, หรือ Ubersuggest

SGE will transform how we search for information

SGE จะพลิกโฉมการค้นหาข้อมูลให้ง่ายและมีประสิทธิภาพกว่าที่เคยเป็นมา

คุณพร้อมแล้วหรือยังที่จะปรับกลยุทธ์การสร้างคอนเทนต์ การทำ SEO รวมถึงเตรียมเว็บไซต์ให้พร้อมในยุคที่ AI อย่าง SGE และอื่นๆ อีกมากมายเริ่มมีบทบาทสำคัญมากขึ้นเรื่อยๆ วันนี้คุณสามารถสร้างคอนเทนต์ที่โดดเด่น เต็มเปี่ยมด้วยคุณภาพ มีเอกลักษณ์ และเข้าใจผู้ใช้อย่างแท้จริง เหล่านี้ทั้งหมดจะช่วยให้คอนเทนต์ของคุณประสบความสำเร็จในระยะยาว

นอกจากนี้ คุณยังควรเตรียมตัวให้พร้อมด้วยการทำสิ่งเหล่านี้

  • ใช้ AI ช่วยสร้างคอนเทนต์: Chatbot หรือ Generative AI สามารถช่วยคุณคิดหรือสร้างสรรค์ไอเดีย เขียนเนื้อหา และตรวจสอบไวยากรณ์ ได้ง่ายๆ แต่คุณจะต้องตรวจสอบและปรับเนื้อหาเหล่านั้นให้สามารถถ่ายทอดตัวตนของแบรนด์คุณได้มากที่สุด
  • เรียนรู้เทคนิคการเขียนที่เน้น SEO: การเรียนรู้เทคนิคการเขียนที่เน้น SEO จะช่วยให้คุณสร้างคอนเทนต์ที่เป็นมิตรกับ search engine ด้วยการค้นหา keyword ที่เหมาะสม โครงสร้างเว็บไซต์ที่ใช่ และเรื่องทางเทคนิคยิบย่อยที่ส่งผลถึงประสิทธิภาพโดยรวมของเว็บไซต์
  • ติดตามข่าวสารและเทรนด์ใหม่ๆ: โลกที่หมุนไปอย่างรวดเร็วเป็นสิ่งที่ผลักดันให้คุณต้องติดตามข่าวสารและเทรนด์ใหม่ๆ อยู่ตลอดเวลา สิ่งนี้จะช่วยให้คุณอัปเดตความรู้และปรับตัวให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงได้อย่างทันท่วงที

แต่หากคุณกำลังมองหาผู้เชี่ยวชาญตัวจริงเรื่องการทำ SEO, การเขียนคอนเทนต์ ทั้งในแบบบทความ, โฆษณา หรือ UX writing ตลอดจน technical SEO และคนที่เข้าใจเรื่อง AI จริงๆ Seven Peaks เรามีทีมนักการตลาด นักเขียน และผู้เชี่ยวชาญด้าน SEO ที่พร้อมให้คำปรึกษาและนำเสนอโซลูชันต่างๆ ที่ออกแบบมาเพื่อโปรเจกต์คุณโดยเฉพาะ ปรึกษาเราตอนนี้