Product Discovery ไม่ใช่แค่ขั้นตอนแรกของการพัฒนา แต่มันคือการวางรากฐานที่สำคัญให้กับทุกอย่างที่จะตามมา
ในเฟสที่สำคัญนี้ เป็นการกำหนดกลยุทธ์ของโปรดักต์, ตรวจสอบสมมติฐาน, และชี้ทิศทางโดยรวมของโปรเจกต์ เป็นขั้นตอนที่ทีมจะได้ทำความเข้าใจปัญหาอย่างชัดเจน, เข้าใจความต้องการของผู้ใช้, และปรับเป้าหมายทางธุรกิจให้ตรงกัน ทั้งหมดนี้จะเกิดขึ้นพร้อมกับการระบุตัวชี้วัดสำคัญที่จะใช้นิยามความสำเร็จ
หากทำอย่างถูกวิธี Product Discovery จะช่วยป้องกันความผิดพลาดราคาแพงและทำให้มั่นใจได้ว่าทีมกำลังแก้ปัญหาที่ถูกต้องด้วยวิธีการที่เหมาะสม นี่คือกระบวนการที่ยึดผู้ใช้เป็นศูนย์กลาง (user-centric) ซึ่งทำซ้ำและปรับปรุงไปเรื่อยๆ เมื่อได้ข้อมูลเชิงลึกใหม่ๆ เข้ามา ทำให้มันกลายเป็นเฟสที่สำคัญที่สุดในการสร้างโปรดักต์ที่มีคุณค่าและสร้างผลกระทบได้จริง
ในทางปฏิบัติแล้ว Product Discovery ช่วยลดความเสี่ยงของโปรเจกต์โดยการระบุหลุมพรางและโอกาสต่างๆ ตั้งแต่เนิ่นๆ ซึ่งช่วยลดการแก้ไขงานที่มีค่าใช้จ่ายสูงในภายหลัง และยังช่วยให้มั่นใจว่าโปรดักต์ที่สร้างขึ้นนั้นสอดคล้องกับความต้องการของผู้ใช้จริง ซึ่งนำไปสู่ความพึงพอใจและการยอมรับที่สูงขึ้น คุณเมย์ สุชาดา, Product Manager ของ Seven Peaks ได้เน้นย้ำถึงองค์ประกอบสำคัญของกระบวนการ Discovery ที่ดีไว้ดังนี้
คุณเมย์ สุชาดา, Product Manager ของ Seven Peaks
Product Discovery เป็นกระบวนการที่มีโครงสร้างและแบ่งออกเป็นเฟสสำคัญต่างๆ เฟสเริ่มต้นคือการลงลึกในพื้นที่ของปัญหาและทำความเข้าใจความต้องการของผู้ใช้ผ่านการสัมภาษณ์ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย, การวิเคราะห์คู่แข่ง, เวิร์กช็อปวิเคราะห์งาน, การทำ UX audits, และการทำแบบสำรวจ
จากนั้น เราจะมุ่งเน้นไปที่การนิยามปัญหาโดยการสังเคราะห์ข้อมูลที่รวบรวมมาเพื่อระบุปัญหาหลัก, กำหนดขอบเขตและวัตถุประสงค์ของโปรเจกต์, จัดทำแผนผังบทบาทของผู้ใช้, และประเมินฟังก์ชันการทำงาน ซึ่งทั้งหมดนี้มักจะสรุปออกมาเป็นเอกสารขอบเขตของงาน กระบวนการนี้จำเป็นต้องคิดอย่างรอบคอบเพื่อจัดการส่วนประกอบต่างๆ
และผู้มีส่วนได้ส่วนเสียให้สอดคล้องกัน
"เป้าหมายที่ชัดเจนและวัดผลได้คือรากฐานของโปรดักต์ที่ประสบความสำเร็จ ไม่ว่าคุณจะตั้งเป้าไปที่การทำกำไร, การสร้างแบรนด์ให้แข็งแกร่งขึ้น, หรือผลกระทบเชิงกลยุทธ์ การรู้ว่าหน้าตาของความสำเร็จเป็นอย่างไรจะช่วยให้ทีมมีทิศทางและโฟกัสที่ตรงกัน"
คุณ Jeremie Tisseau, Chief Design Officer ของ Seven Peaks
ผลลัพธ์สำคัญอย่างหนึ่งของ Design Discovery คือ Product Roadmap ซึ่งเป็นแผนกลยุทธ์ที่รวบรวมวิสัยทัศน์, ลำดับความสำคัญ, และทิศทางของโปรดักต์ไว้ด้วยกัน Roadmap นี้มีพื้นฐานมาจากข้อมูลเชิงลึกที่ได้จากการวิจัยผู้ใช้และวัตถุประสงค์ทางธุรกิจ โดยจะเปลี่ยนความเข้าใจเหล่านั้นให้กลายเป็นแผนที่นำไปปฏิบัติได้จริง
โดยทั่วไป Roadmap จะประกอบด้วยวิสัยทัศน์ของโปรดักต์, เป้าหมาย, ธีมหลัก, ฟีเจอร์หรือ Epic ที่จัดลำดับความสำคัญแล้ว, และไทม์ไลน์การพัฒนา ในขณะที่วงจรชีวิตผลิตภัณฑ์ (Product Life Cycle) จะกล่าวถึงเฟสเชิงกลยุทธ์ในภาพกว้างกว่า Roadmap จะให้มุมมองที่ละเอียดและเน้นการปฏิบัติมากกว่า นอกจากนี้ยังช่วยในการวางแผนทรัพยากร, ติดตามความคืบหน้า, และช่วยให้ทีมทำงานสอดคล้องกันอยู่เสมอ
การลงทุนใน Design Discovery มอบประโยชน์มากมาย ซึ่งรวมถึงความเข้าใจผู้ใช้และความต้องการของพวกเขาอย่างลึกซึ้ง และการมีวัตถุประสงค์ของโปรเจกต์ที่กำหนดไว้อย่างชัดเจน ผลลัพธ์ที่ได้คือสถาปัตยกรรมข้อมูล (Information Architecture) ที่มีประสิทธิภาพ และยังช่วยให้สามารถทดสอบและตรวจสอบแนวคิดต่างๆ ได้ตั้งแต่เนิ่นๆ ซึ่งนำไปสู่การประเมินโปรเจกต์ที่แม่นยำและประสบการณ์ผู้ใช้งาน (UX) ที่ดีขึ้น การจัดการกับปัญหาต่างๆ ตั้งแต่ระยะแรกจะช่วยลดความเสี่ยงในการพัฒนาได้
Design Discovery ช่วยให้ธุรกิจเข้าใจศักยภาพของตลาดและปลดล็อกการเติบโต นี่คือการลงทุนเชิงกลยุทธ์ที่ช่วยป้องกันความผิดพลาดราคาแพง และทำให้มั่นใจได้ว่าจะสามารถพัฒนาโปรดักต์ที่ประสบความสำเร็จ, ยึดผู้ใช้เป็นศูนย์กลาง, และสอดคล้องกับความต้องการทั้งของผู้ใช้และของธุรกิจได้