บทความและข่าวสาร | Seven Peaks Insights

พื้นฐานความปลอดภัยบนระบบคลาวด์ | Seven Peaks

เขียนโดย Seven Peaks - 10 ก.พ. 2026, 5:56:52

ในบทความนี้ Seven Peaks จะเน้นย้ำถึงความสำคัญของการวางมาตรการรักษาความปลอดภัยขั้นพื้นฐาน เพื่อสร้างระบบคลาวด์ที่แข็งแกร่งและพร้อมรับมือกับทุกสถานการณ์


หัวใจสำคัญของการรักษาความปลอดภัยบนคลาวด์คือการเข้าใจเรื่อง โมเดลความรับผิดชอบร่วมกัน (Shared Responsibility Model) อย่างถ่องแท้ แนวคิดนี้ระบุว่าการรักษาความปลอดภัยบนคลาวด์คือความร่วมมือกันระหว่างผู้ให้บริการและผู้ใช้งาน โดยผู้ให้บริการคลาวด์จะดูแลความปลอดภัยของโครงสร้างพื้นฐานที่เกี่ยวข้อง ส่วนผู้ใช้งานมีหน้าที่ดูแลสิ่งที่อยู่ภายในสภาพแวดล้อมคลาวด์ของตนเอง ซึ่งรวมถึงข้อมูล แอปพลิเคชัน และการตั้งค่าต่างๆ

การแบ่งขอบเขตความรับผิดชอบที่ชัดเจนคือสิ่งจำเป็นต่อการสร้างระบบความปลอดภัยที่ครอบคลุม ตัวอย่างเช่น ในรูปแบบ Infrastructure as a Service (IaaS) คุณจะต้องรับผิดชอบความปลอดภัยของระบบปฏิบัติการ แอปพลิเคชัน และข้อมูล ในขณะที่ผู้ให้บริการคลาวด์จะดูแลโครงสร้างพื้นฐาน ส่วนในรูปแบบ Software as a Service (SaaS) ผู้ให้บริการจะจัดการความปลอดภัยเกือบทั้งหมด แต่คุณยังคงต้องรับผิดชอบเรื่องการเข้าถึงของผู้ใช้งานและข้อมูลที่อยู่ภายในแอปพลิเคชันนั้นๆ

 

ข้อควรพิจารณาที่สำคัญ

  • การนำแนวคิด "Shift Left" มาใช้: เป็นมุมมองที่น่าสนใจในการบูรณาการแนวปฏิบัติด้านความปลอดภัยตั้งแต่ช่วงเริ่มต้นของวงจรการพัฒนา (Development Lifecycle) ส่งผลให้เกิดการทดสอบความปลอดภัย การสแกนหาช่องโหว่ และการทำ Code Review ตั้งแต่ขั้นตอนการพัฒนา แทนที่จะรอจนถึงขั้นตอนการ Deploy ซึ่งจะช่วยให้ตรวจพบและแก้ไขปัญหาความปลอดภัยได้ก่อนที่จะนำระบบขึ้นใช้งานจริงใน Production
  • การรักษาความปลอดภัยของ API: นี่คือสิ่งสำคัญที่ต้องพิจารณาบนระบบคลาวด์ การใช้การยืนยันตัวตนผ่าน API (เช่น API Keys, OAuth) การกำหนดสิทธิ์ การจำกัดอัตราการเรียกใช้งาน (Rate Limiting) และการตรวจสอบข้อมูลนำเข้า (Input Validation) มีความสำคัญมากในการป้องกันการเข้าถึงที่ไม่ได้รับอนุญาตและการโจมตีต่างๆ รวมถึงการหมั่นอัปเดตและติดตั้ง Patch ให้กับ API เพื่อปิดช่องโหว่อยู่เสมอ
  • การใช้การยืนยันตัวตนแบบหลายปัจจัย (MFA): ถือเป็นด่านป้องกันแรกที่สำคัญที่สุดสำหรับทุกบัญชีผู้ใช้งานคลาวด์ การกำหนดให้ผู้ใช้ต้องยืนยันตัวตนมากกว่าแค่รหัสผ่านเพียงอย่างเดียว จะช่วยลดความเสี่ยงจากการเข้าถึงโดยไม่ได้รับอนุญาต และเพิ่มระดับความปลอดภัยจากการถูกโจรกรรมข้อมูลบัญชีได้อย่างมาก
  • หลักการมอบสิทธิ์เท่าที่จำเป็น (Least Privilege): เป็นอีกหนึ่งหลักการพื้นฐานที่สำคัญ การมอบสิทธิ์ให้ผู้ใช้งาน แอปพลิเคชัน หรือกระบวนการต่างๆ เข้าถึงข้อมูลได้เพียงระดับต่ำสุดที่จำเป็นต่อการทำงานเท่านั้น จะช่วยจำกัดวงความเสียหายหากเกิดการบุกรุก และลดผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจาก Entity ที่ถูกเจาะระบบ
  • การกำหนดและบังคับใช้โยบายความปลอดภัยคลาวด์อย่างเคร่งครัด: เป็นสิ่งจำเป็นเพื่อสร้างแนวทางที่ชัดเจนในการใช้บริการคลาวด์และการปกป้องข้อมูลที่สำคัญ นโยบายเหล่านี้ควรครอบคลุมถึงขั้นตอนการจัดการข้อมูล กลไกการควบคุมการเข้าถึง โปรโตคอลการตอบสนองต่อเหตุการณ์ และการปฏิบัติตามกฎข้อบังคับที่เกี่ยวข้อง
  • การใช้โมเดลความปลอดภัยแบบ Zero-Trust: องค์กรสามารถปรับเปลี่ยนแนวคิดมาสู่ Zero-Trust ซึ่งถือเป็นการเปลี่ยนผ่านสำคัญในโลกความปลอดภัย แนวคิดนี้ทำงานบนหลักการ "ไม่ไว้วางใจใคร และต้องตรวจสอบเสมอ" (Never trust, always verify) โดยต้องมีการยืนยันตัวตนและตรวจสอบสิทธิ์อย่างเข้มงวดในทุกการร้องขอเข้าถึงข้อมูล ไม่ว่าผู้ใช้จะอยู่ที่ใดหรือพยายามเข้าถึงทรัพยากรส่วนไหนก็ตาม ซึ่งจะช่วยกำจัดความไว้วางใจโดยปริยายและเสริมความแข็งแกร่งให้ความปลอดภัยโดยรวม

สรุปภาพรวม

การสร้างรากฐานความปลอดภัยบนระบบคลาวด์ที่แข็งแกร่งจำเป็นต้องอาศัยแนวทางที่หลากหลาย ตั้งแต่การบูรณาการความปลอดภัยตั้งแต่เนิ่นๆ (Shift Left) การควบคุมการเข้าถึงที่เข้มงวด ไปจนถึงการตรวจสอบอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นแนวคิด Zero Trust การจัดการ API ที่ปลอดภัย หรือการตรวจจับภัยคุกคามเชิงรุก มาตรการเหล่านี้จะทำงานร่วมกันเพื่อลดความเสี่ยงและปกป้องดิจิทัลโปรดักต์ของคุณ เมื่อองค์กรฝังเรื่องความปลอดภัยลงไปในทุกมิติ ทั้งคน กระบวนการ และแพลตฟอร์ม ก็จะสามารถสร้างสภาพแวดล้อมคลาวด์ที่ปลอดภัยและยืดหยุ่นได้มากขึ้น

นอกจากนี้ เพื่อประเมินและปรับปรุงระบบความปลอดภัยอย่างต่อเนื่อง องค์กรควรจัดให้มีการตรวจสอบความปลอดภัย (Security Audit) การทดสอบเจาะระบบ (Penetration Testing) และการประเมินช่องโหว่เป็นประจำ มาตรการเชิงรุกเหล่านี้จะช่วยระบุและจัดการจุดอ่อนด้านความปลอดภัยก่อนที่จะถูกผู้ไม่หวังดีนำไปใช้ประโยชน์ได้



 

Artemiy Lysykh, VP of Enterprise Architecture & Technology Solutions

คุณ Artemiy คือผู้บริหารด้านเทคโนโลยีที่มุ่งเน้นผลลัพธ์และประสบความสำเร็จอย่างสูง ด้วยประสบการณ์ระดับนานาชาติกว่า 22 ปี เขามีความเชี่ยวชาญในการขับเคลื่อน Digital Transformation รวมถึงการนำองค์กรด้านวิศวกรรมและสถาปัตยกรรมที่ซับซ้อนไปสู่เป้าหมายทางธุรกิจเชิงยุทธศาสตร์ได้สำเร็จ